Most Recent

ปวดท้องบ่อยโปรดระวัง !! หญิงคนนี้ปวดท้อง และมีเลือดปน จึงไปพบหมอ หมอส่องกล้องเท่านั้นละถึงกับผงะ!!
เมื่อวันที่ 10 เดือน มกราคม 2016 อย่างเช่นเหตุการณ์ต่อไปนี้หญิงสาวคนหนึ่งปวดท้องอย่างรุนแรงแบบไม่ทราบ สาเหตุ จนเธอทนไม่ไหวต้องไปพบแพทย์ในทันที และเธอต้องตกใจเมื่อทราบถึงต้นตอที่กำลังทำลายชีวิตเธอ

 จู่ๆ เธอก็มีอาการปวดท้องติดต่อกันหลายๆ วัน เธอเลือกที่จะรับประทานยาที่ซื้อมาเอง จากนั้นก็ปวดท้องอย่างรุนแรง จนกระทั่งปวดท้องแบบปกติ ทุกๆ ครึ่งชั่วโมง จนกระทั่งมีมูกเลือดปนมาด้วย จึงตัดสินใจเข้าไปพบแพทย์ จากนั้นเมื่อทำการส่องกล้อง ก็ต้องรู้สาเหตุว่าเป็นเนื้องอกในลำไส้ใหญ่ เป็นมะเร็งในลำไส้ใหญ่


อาการ ปวดท้องดังกล่าว แพทย์เผย เป็นติ่งเนื้อที่อยู่ในลำไส้ แล้วจะโตขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายกลายเป็นเนื้อร้าย สาเหตุนั้น ส่วนใหญ่จะเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง เป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม นับว่าโชคดีที่เธอได้รับการรักษาได้ทันท่วงที ด้วยเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย ทำให้โรคร้ายไม่ลุกลามไปส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เป็นอุทาหรณ์ว่า หากพบร่างกายผิดปกติ ให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน

Source: kaoden24.blogspot.com

Unknown Sunday, January 10, 2016
เจอแล้ว !! สาวหน้าตาดีเก็บเห็ด หายเข้าป่า ถ้ารู้สาเหตุทำเอาเงิบทั้งหมู่บ้าน
วันนี้ (27 ก.ค.58) จากกรณี นางสาวจิตราพรรณ อายุ 28 ปี ได้หายตัวไป หลังบอกญาติพี่น้องว่า จะเข้าป่าไปหาเก็บเห็ดป่า ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา ก่อนที่จะหายตัวไปไม่กลับบ้าน แม่และญาติพี่น้องเป็นห่วงเกรงจะได้รับอันตราย จนต้องประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปราสาท ขอความร่วมมือ จากอาสากู้ภัย กู้ชีพ จาก 6 ตำบล จำนวน 50 คน ปูพรมออกตามหาในป่ากว่า 5 พันไร่ตลอดทั้งวัน รวมระยะเวลาที่หายตัวไปรวม 2 คืน

ล่าสุดวันเดียวกันนี้ เวลาประมาณ 10.30 น. นางสาวจิตราพรรณ ได้ใช้เบอร์โทรศัพท์ของเพื่อนโทรมาบอก นายศักดา สุรศร ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหนองซุงฯว่ายังปลอดภัยดีไม่ได้เข้าป่าแต่อย่างใด ตนเองมาอยู่กับเพื่อนที่เขตห้วยขวาง กทม.

สาเหตุที่มากรุงเทพฯ เพราะน้อยใจที่แม่ คือนางสวิง อายุ 58 ปี เพราะหลังถูกรถยนต์ชนรถจักรยานล้มหัวฟาดพื้น ต้องรักษาตัวหมดเงินหลายหมื่นบาท แถมตนเองยังต้องออกจากงานโรงงานที่ กทม.เพื่อลงมาดูแลแม่กว่า 1 เดือน จนตกงาน แต่แม่กลับไปเรียกเงินค่าบาดเจ็บและค่ารักษาพยาบาลทำขวัญต่างๆแค่ 1 หมื่นบาท ซึ่งถือว่าน้อยไป จึงน้อยใจเดินทางกลับ กทม.โดยไม่บอก ก่อนที่จะปิดเครื่องโทรศัพท์และยังติดต่อไม่ได้

ขณะเดียวกันแม่และญาติพี่น้องรวมทั้งชาวบ้าน ถึงกับดีใจที่นางสาวจิตราพรรณปลอดภัยดี ส่วนนายวัชระพล สามีของนางสาวจิตราพรรณ หลังทราบข่าวจึงเดินทางไปถอนแจ้งความที่ สภ.ปราสาททันที

ทางด้าน นางสวิง แม่ของนางสาวจิตราพรรณฯ ถึงกับยกมือไหว้ขอบคุณผู้ที่ช่วยตามหาลูกสาวพร้อมทั้งกล่าวทั้งน้ำตาว่า หลังจากลูกสาวหายตัวไป 2 คืน ตนถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับเลย และดีใจมากที่รู้ว่าลูกสาวปลอดภัยดี และรู้สึกซาบซึ้งกับน้ำใจที่เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานและเพื่อนบ้านที่เป็นห่วงช่วยกันตามหาในป่าหลายวันหลายคน ตนคิดอยู่อย่างเดียวกลัวเขาเสียชีวิตแล้ว

หลังจากเขาโทรมาบอกผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านว่าอยู่ที่ห้วยขวางตนรู้สึกดีใจมาก ส่วนสาเหตุที่เขาไปตนก็ไม่ทราบ เพราะว่าไม่ได้ทะเลาะอะไรกันเลย ส่วนเงินที่คู่กรณีให้มา 1 หมื่น ตนยังไม่ได้ปรึกษาลูก เขานัดให้ไปพบและให้เงินมา ตนยังอยู่ในอาการบาดเจ็บและมึนหัวจากอุบัติเหตุหัวฟาดพื้นจึงยังไม่ได้พูดอะไร แต่คิดว่าคงยังไม่พอกับการรักษาตัวที่หมดหลายหมื่นบาท และจะได้ปรึกษาลูกอีกครั้ง

ชื่นชอบข่าวนี้ อยากแชร์ต่อให้เพื่อนๆ

Source: www.mytgn.com

Unknown
น้องบุ๋ม แม่ค้าขายก๋วยจั๊บ แซ่บไม่ธรรมดา เนื้อนมไข่ ล่าสุดเป็นแซ่บกว่าเดิม





น้องบุ๋ม แม่ค้าขายก๋วยจั๊บ แซ่บไม่ธรรมดา เนื้อนมไข่ ล่าสุดเป็นแซ่บกว่าเดิม














Source: http://www.patjaa.com

Unknown Saturday, January 9, 2016
ตั้งข้อหา ขับรถประมาท-ยึดใบขับขี่ 60 วัน 'ดีเจเก่ง' ขอความเป็นธรรมทั้งน้ำตา
ตร.ตั้งข้อหา 'ดีเจเก่ง' ขับรถประมาทและขับรถโดยไม่คำนึงถึงผู้อื่น เบื้องต้นยึดใบขับขี่ 60 วัน รรท.ผบช.น. เผย กำลังตรวจสอบหลักฐาน และพิจารณาว่าผู้ต้องหาเข้าข่ายความผิดอื่นหรือไม่ ด้านเจ้าตัวขอความเป็นธรรม หลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาทั้งน้ำตา 

วันที่ 9 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภัทรศักดิ์ เทียมประเสริฐ หรือ ดีเจเก่ง อดีตดีเจคลื่น 89.5 sweet FM เจ้าของรถกระบะที่ถอยชนรถเก๋งยาริส สีแดง บริเวณถนนมิตรไมตรี เมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมา จนเป็นกระแสโซเชียลมีเดีย พร้อมครอบครัวเดินทางเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง

นายภัทรศักดิ์ ขอความเป็นธรรมทั้งน้ำตา โดยระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงระหว่างเลี้ยวรถเข้าถนนมิตรไมตรี โดยตนและคู่กรณีขับเบียดกันมาตลอดทาง กระทั่งฝ่ายยาริสโชว์นิ้วกลางใส่จากในรถ ตนเลยชูกลับ ฝ่ายยาริสจึงลงมาจากรถและทุบกระจกรถของตน ซึ่งจากนั้นเป็นไปตามเหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิป โดยยืนยันว่า ตนไม่ได้เริ่มก่อนและทั้งหมดเป็นเรื่องจริง สามารถตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดได้ ซึ่งขอให้ทางตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดและเหตุการณ์ทั้งหมด พร้อมยอมรับผิดในสิ่งที่ตนทำไป และขอโทษประชาชน ขออย่าพาดพิงสถาบันการศึกษาและครอบครัว

ส่วนกรณีข้อความในเฟซบุ๊กที่มีการโพสต์ยั่วยุ ยืนยันว่า ไม่ใช่เฟซบุ๊กของตนเอง และจะดำเนินคดีกับผู้ที่สร้างเฟซบุ๊กปลอมทั้งหมด รวมถึงยืนยันว่า ตนเองไม่เคยกระทำในลักษณะนี้มาก่อน

ด้าน พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า ได้สั่งการให้ตำรวจสน.ดินแดง ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งหมดว่า เหตุการณ์เป็นอย่างไร เบื้องต้น ได้ยึดใบขับขี่ของ นายภัทรศักดิ์ เป็นเวลา 60 วัน และดำเนินคดีในข้อหาขับขี่รถโดยประมาทและขับรถโดยไม่คำนึงถึงผู้อื่น ส่วนจะเข้าข่ายความผิดอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ ต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนก่อน พร้อมยืนยันให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ส่วนในความผิดทำให้เสียทรัพย์นั้น ตำรวจไม่ได้ดำเนินคดีเนื่องจากผู้เสียหายยอมความ
ภายหลังสอบปากคำ พลตำรวจโท ศานิตย์ เดินทางตรวจจุดเกิดเหตุ โดยเบื้องต้นพบว่า มีกล้องวงจรปิดครอบคลุมพื้นที่ เชื่อว่า ไม่ยากในการตรวจสอบ แต่ถ้าเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากการกระทบกระทั่งกันทั้งสองฝ่าย ก็จะดำเนินคดีทั้งสองฝ่าย รวมถึงต้องรอผลการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ หากผลระบุว่า มีเจตนาถึงแก่ชีวิต ก็จะดำเนินคดีเพิ่มเติม แต่ทั้งนี้ น่าจะเกิดจากอารมณ์ร้อนมากกว่า

Source: www.thairath.co.th

Unknown Friday, January 8, 2016
ช็อกดิ!!บิ๊กตำรวจสั่งดำเนินคดี "ดีเจเก่ง" แล้ว แม้จะมีการยอมความก็ตาม ด้วยเหตุผลแบบนี้
จากกรณีในโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปวิดีโอนายภัทรศักดิ์ เทียมประเสริฐ (ดีเจเก่ง) ซึ่งเป็นดีเจประจำคลื่น 89.5 เมกะเฮิร์ต ได้แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวบนท้องถนน ด้วยการขับรถกระบะส่วนตัวถอยหลังชนรถเก๋งคันคู่กรณี แต่ดีเจหนุ่มอ้างว่า ถูกรถเก๋งคันคู่กรณีพุ่งชนท้าย และพยายามลงมาจะทำร้าย

ล่าสุด "ไทยรัฐออนไลน์" ได้สอบถามไปยัง พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการจราจร รองโฆษกนครบาล เปิดเผยว่า ทางตนได้ทราบเเรื่องดังกล่าวแล้ว และสอบถามไปยังผู้กำกับ สน.ดินแดง ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ โดยได้สั่งให้ทางผู้กำกับดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.จราจร มาตรา 43 ขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย

Source: www.news-lifestyle.com

Unknown
สุดประทับใจ! ครูสาวแบกนร.หญิงป่วยหนัก เดินลงจากดอยไปส่งรพ.
เรื่องราวน่าประทับใจระหว่างครูสาวกับลูกศิษย์นี้ เปิดเผยโดยเฟซบุ๊คของคุณ  ภาณุ วงษ์ถาวรเรือง ลูกพ่อขุนสรรค์ ได้โพสต์ภาพของครูรัชนก เงินงามมีสุข ครูดอย กศน.อ.ท่าสองยาง เดินแบกร่างลูกศิษย์ที่ล้มป่วยหนักลงจากดอย เพื่อไปส่งที่โรงพยาบาล

โดยระบุว่า "ครูดอยไม่ใช่แค่คนที่สอนหนังสือ แต่ยังเป็นพ่อ-แม่ เป็นหมอ เป็นช่างตัดผม เป็นทุกๆอย่าง ภาพวันนี้ครูรัชนก เงินงามมีสุข ครูดอย กศน.อ.ท่าสองยาง ขณะกำลังแบกนักเรียนที่ป่วยอาเจียนหมดแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ ตอนนี้นำส่งโรงพยาบาลท่าสองยางถึงมือแพทย์แล้ว ครูขึ้นดอยนำนักเรียนส่งหมอแม้จะเป็นช่วงเวลาวันหยุดของครูดอย ในโลกนี้ยังมีคนดีๆอีกมากที่คุณไม่รู้ว่าพวกเขาทำอะไรอยู่"

หลังที่เรื่องราวของครูดอยได้ถูกแชร์ต่อๆกันไปในโลกออนไลน์ ปรากฏว่ามีประชาชนเข้ามาแสดงความชื่นชมครูรัชนกกันเป็นจำนวนมาก เพราะมีความห่วงใยในลูกศิษย์ ทำลำบากแบกหนูน้อยลงจากยอดเขา เมื่อถึงโรงพยบาลก็นั่งเฝ้าไม่ห่าง ถือว่าเป็นแม่พิมพ์ของชาติจริงๆ

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเฟซบุ๊ค ภาณุ วงษ์ถาวรเรือง ลูกพ่อขุนสรรค์

Source: www.khaosod.co.th


Unknown
สะเทือนใจจริงๆ คุณแม่โพสต์"ใจจะขาด เห็นหมอปั๊มหัวใจลูกแรกเกิด สุดท้ายสิ้นใจต่อหน้า"
เรื่องสะเทือนใจนี้โพสต์โดยเฟซบุ๊ค คุณแม่ยังสวย ระบุว่า สวัสดีค่ะคุณแม่ยังสวยทุกท่าน ..... เราคลอดน้องวันที่ 14 ธันวา น้องออกมาร้องให้เสียงดังมาก เราก้อดีใจที่น้องออกมาแข็งแรง น้องหนัก 3345 กรัมค่ะ แต่พยาบาลบอกน้องหายใจหอบ สำลักขี้เทา น้องอยู่ห้องไอซียู 2 วัน น้องก้อเสียค่ะ

วินาทีที่เข้าไปเห็นหมอช่วยกันปั๊มหัวใจลูก มันเหมือนใจจะขาด ตอนนี้เรายังทำใจไม่ได้เลย สงสารลูกมาก ครอบครัวเรารอคอยน้องมาเกือบสิบปี น้องเป็นแก้วตาดวงใจเป็นทุกๆอย่างของครอบครัวเรา แต่ต้องมาเสียน้องไป เพราะการทำคลอดที่ช้า

เรามานอนโรงพยาบาลตั้งแต่เริ่มปวดท้องสามทุ่ม มีเลือดออกแต่น้ำยังไม่เดิน ปากมดลูกเปิดแค่เซ็นเดียว พยาบาลก้อให้เรานอนรอไปเรื่อยๆ จนประมานตีสองเราปวดท้องถี่มากแล้วก้อปวดเบ่งตลอด เราก้อเรียกพยาบาลมาดู เขาบอกปากมดลูกเปิดแค่สองเซ็นต์

เราเริ่มใจไม่ดีเราทนความเจ็บปวดได้ แต่ลูกเราหล่ะจะเป็นยังงัย เพราะเราเบ่งอยู่ตลอดทุกๆสองสามนาที เราปวดแบบนี้ตั้งแต่ตีสองถึงแปดโมงเช้า จนเราคลอดน้องออกมาเอง เจ็บปวดที่สุดคือตอนน้องมีชีวิตอยู่เราไม่ได้อุ้ม ไม่ได้หอมเลย ได้แต่นั่งมองทั้งน้ำตา หมอเอาตัวน้องมาให้เราอุ้มตอนที่น้องเสียแล้ว

#การมารอคลอดที่โรงพยาบาลด้วยบัตร 30 บาทบางแห่งไม่ต่างอะไรกับการคลอดกับหมอตำแยแถวบ้านเลยT__T

Source: www.khaosod.co.th

Unknown